T h e - S ๑ m z View my profile

[Photo-ART] Chillin' Out @BKK ยามค่ำ

posted on 03 Oct 2010 19:35 by the-somz  in PH0T0
ชีวิตมนุษย์เงินเดือน บางทีก็น่าเบื่อเกินรับไหว
วันนี้เปนวันที่ฉันรองรับอารมณ์คนมาหลายคน แต่ฉันก็ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้
( Reception จิงๆ Foot in mouth )
เลิกงาน ฉันจึงหยิบกล้องมาเดินเล่นสยามในตอนเย็น
การเดินถือกล้อง ถ่ายนู่น ถ่ายนี่ สร้างโลกส่วนตัว มีพื้นที่เล็กๆเปนของตัวเอง แม้ว่ารอบข้างจะแลดูวุ่นวาย
ถือว่าเปนรางวัลปลอบใจ สำหรับวันที่เหนื่อยเหน็ดไปได้อีกหนึ่งวัน
ขอต้อนรับดูพื้นที่เล็กๆ ของฉัน....กับกรุงเทพฯยามค่ำ
 
 
 
 
 
...
....
.......
 
 
 
 
 
สวนแนวตั้ง ในสยามพารากอนค่ะ ^^
 
 
 
 
 
 
มุมหนึ่งใน Siam Center ....เหมือนมี มือ
 
 
 
 
 
 
 
ใน Siam Center เช่นกันค่ะ หุ่นแสดงเสื้อผ้า
 
 
 
 
 
 
เดินมาถึง Siam Discovery แล้วค่ะ ^^
 
 
 
 
ออกมาข้างนอก สีสันของกรุงเทพฯ  Bangkok of life จริงๆ
แต่มีฝนพรำ
 
 
 
ยืนอยู่ด้านข้าง MBK ค่ะ  เขาฉีดละอองน้ำด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่ออะไร?
 
 
 
 
ฉีดเยอะไปมั้ย???  เลยดูเหมือนมีหมอกลง
 
 
 
ออกมาเดินตรง sky walk BTS สนามกีฬา แผงขายตามทางเดิน สร้างสีสันยามค่ำคืนจริงๆค่ะ
 
 
 
แล้วก็ขึ้น BTS  กลับบ้านดีกว่า ^^
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

หลงทาง...พาลหมดตัว

posted on 29 Jun 2010 21:28 by the-somz  in CART00N

หลังจากที่ได้เป็น Receptionist ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ปัญหาที่ชั้นเจอเป็นอย่างแรกคือเรื่องของ"การเดินทาง" ค่ะ

 ---

-------------

---------------------------

 

 

 

ชั้นเป็นคนกรุงเทพฯตั้งแต่เำกิด แต่ไม่ชอบเดินทางไปไหนมาไหนในกรุงเทพฯ

เพราะเบื่อปัญหาการจราจรเปนทุนเดิมอยู่แล้ว ... 

เมื่อไม่รู้เส้นทาง ผู้เป็นบิดาก็เลยเบิกทางให้ก่อน โดยพามาส่งในวันแรก

หลังจากนั้นวันที่สองของการทำงาน ให้เดินทางด้วยตัวเอง

 

เข้างาน 8 โมง โดยออกเดินทางตั้งแต่ 6 โมง กับอีก 15 นาที 

ที่ทำงานกับที่บ้านไม่ไกลเท่าไหร่นัก ติดตรงเดินทางไม่สะดวกนี่แหล่ะค่ะ

ต้องนั่งรถ 2-3 ต่อ ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ 

 

เมื่อถึงการนั่งรถต่อคันสุดท้ายให้ไปถึงที่ทำงาน

เกิด "ลืม" ขึ้นมาว่าจะนั่งสายอะไรต่อ

 

ชั้นเลยต้องถามคนแถวนั้นค่ะ ว่าจะนั่งรถเมล์สายอะไร

เขาก็ให้คำตอบว่า " ขึ้นได้ทุกสายค่ะ เพราะถนนนี้มีเส้นเดียว"

คันแรกมา ชั้นก้กระโจนขึ้นทันทีเลยค่ะ

 

 

 

ด้วยความที่ชั้นเปนคนที่ชอบฟังเพลงระหว่างเดินทาง

และหนำซ้ำยังชอบเปิดเสียงดังก่ะเผื่อแผ่ชาวบ้านชาวช่องรอบข้างด้วย

เมื่อถึงป้ายรถเมล์ที่ควรจะลง และกระเป๋ารถเมลล์ก็ใจดีตะโกนบอกว่าผ่านป้ายอะไร

แต่ชั้น ณ ตอนนั้นได้ยินแต่เสียงเพลงของตัวเอง และเท่าที่ชั้นจำได้

ป้ายที่ชั้นอยากจะลง ไม่ใช่ป้ายที่กระเป๋ารถเมลล์บอกอ่ะ (เดาเอาว่าป้าเขาคงต้องเข้าใจผิด...)

 

และทันใดนั้น อีกนิดเดียวก็จะถึงป้ายรถที่ชั้นตั้งใจจะลง หรือป้ายหน้า

ปรากฏว่าคุณพี่คนขับ แกวิ่งเปลี่ยนเลนกระทันหัน แล้วขึ้นทางด่วนทันที !

เกิดอาการ งงเป็นไก่ตาแตก

คำถามเดียวที่วิ่งอยู่บนหัวตอนนั้นคือ

หน้ามหา'ลัย มีทางด่วนมาสร้าง ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ????

(อันนี้โง่เองค่ะ)

 

แต่พอมีสติ ก็ปลอบใจตัวเองว่า ทางด่วนก็คงอารมณ์เดียวกับสะพานข้ามแยกล่ะมั้ง?

เหอเหอ

(เฮ้ย นี่เป็นเด็กกรุงเทพฯจริงปล่าวเนี่ย??????!!!!)

 

แต่แล้วก็....

 

 

ชั้นตกใจมากเลยค่ะ ที่เหนว่ารถเมลล์คันนี้ข้ามน้ำข้ามทะเล ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

แถมเห็นป้ายบอกไปทางดาวคะนองอยู่ข้างล่าง

 

ขอย้ำนะคะ ว่าชั้นเป็นเด็กกรุงเทพฯตั้งแต่เกิด แต่ถนนที่ซับซ้อนในกรุงเทพฯ ที่ขยันพากันสร้างซะเหลือเกิ๊น

จนหาวิธีแก้ระบายน้ำขังแทบไม่ทัน  ...

เมื่อเจอปัญหาเรื่องการเดินทาง ในตอนเช้าที่ต้องไปถึงที่ทำงานภายใน 15 นาทีนี้

เป็นอะไรที่ ซวยบรม และเซ็งเป็ด สุดๆ!!!

ด้วยมีความหวังว่า อีกไม่นานมันก็จะลงจากทางด่วน (ยังคงคิดว่ามันคงไม่ต่างจากสะพานข้ามแยก)

ก็สลายลงเมื่อเพื่อนร่วมโดยสารบอกว่า "อีกนานนนนนนนนนนนนนนนนนนค่ะ"

แถมยังมาเจอสภาพรถติดบนทางด่วนอีก  

 

สภาพอารมณ์ในขณะนั้น...

 

 

แล้วก็เอาจริงๆด้วยค่ะ การเดินทางบนทางด่วนที่พกความปลงในชีวิตเป็นเพื่อนร่วมทาง

ใช้เวลาทั้งหมด ครึ่งชั่วโมง...8.15 นาที

นี่ยังไม่อยากจะคิดตอนขากลับเลยค่ะ

 

เมื่อถึงอีกฟาก ชั้นจึงรีบโบกแท็กซี่กลับทันที และบอกคุณลุงคนชับให้ขึ้นทางด่วนไปเลย

ควักเนื้อ 45 บาท ...

และหนำซ้ำดันมาเจอปัญหารถติดแม้กระทั่งบนทางด่วน!

 

 

 

 

 

บนรถแท็กซี่นั้น ชั้นเล่าถึงความรันทดให้กับคุณลุงแท็กซี่ฟังในแบบดราม่าสุดๆ 

และขออนุญาตทานข้าวเช้าที่อุตส่าห์ห่อจากบ้านมา บนรถของแกแกก็ไม่ว่าอะไร

พอถึงที่หมาย จาก 120 บาท แกลดให้เปน 100 บาท (โอ้ น้ำใจคนไทยซึ้งใจหลาย )

แต่ถึงอย่างนั้น ค่าดำรงชีพของวันนั้นก็หมดไป แต่ดีนะที่มีสำรองไว้ใช้เดินทางกลับ

 

บทเรียนที่ได้วันนี้คือ...อย่าลืมรถต่อคันสุดท้าย ไม่อย่างงั้นจะเจอความชิบหายค่ะ~

 

 

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ นี่เป็นความพยายามครั้งแรกที่ฉันอยากจะลองเขียนบล็อกเป็นรูปแบบการ์ตูน

ดังนั้นเรื่องฝีไม้ลายมือนี้อย่าได้คาดหวังแต่อย่างใดจากบล็อกของชั้นเลยค่ะ เหอเหอ

 

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวนิดนึง...

ดิชั้นมีชื่อเสียง(ไร้)นามว่า "the-somz''

 

ฉันเปนนิสิตจบใหม่จากคณะวิทยาศาสตร์ แต่มีใจรักด้านศิลป์มากกว่า

(เคยคิดอยากซิ่ว แต่เสียดาย 1 ปีกับอีก 1 หมื่น...แต่ตอนนี้เสียดาย 4 ปีกับอีก 1 แสนแล้วอ่ะ -*- )

จึงไม่แปลกอะไรที่ฉันจะเรียนวิทย์และก็ตกวิทย์ซ้ำซ้อน แถมเกรดก็ห่วยบรมไม่ชวนมองอีกต่างหาก ...เฮ้อ... 

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น....

 

การที่ฉันได้อยู่ในสภาพแบบนั้น

มานั่งเรียนในสายที่ไม่ถนัด เหมือนตกนรกทั้งเป็นแทบทุกวัน

ไหนจะเจอคนเก่งที่เหยียบซะไม่ให้เราไม่ได้ผุดได้เกิดจากกองซากปรักหักพังของความเนื้อน้อยต่ำใจ...

สภาพแบบนั้นล่ะค่ะ มันบีบให้ฉันต้องรีบค้นหาตัวเองแล้วว่า เราชอบอะไร เราถนัดแบบไหน  ...

 

ดังนั้น พยายามตั้งใจกัดฟันเรียนให้มันจบๆไป เพราะบ่นไปก็เท่านั้น หลังจากนั้นค่อยเดินทางออกไปหาสิ่้งนั้นให้จงได้...

 

 

---

----

-----------

 

เมื่อเรียนจบ ก็อยากหางานทำทันที...

เพราะบุพการีได้ทำการปิดงบค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเรา(ทันทีที่รู้ว่าจบ...ไม่น่ารีบบอกเล้ยยย)

รู้ซึ้งคุณค่าของเงินขึ้นมาทันทีเลยค่ะ...แต่โชคดีค่ะ ที่มีลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนติดต่อมา จากการแนะนำของเพื่อนเอง ...

พูดภาษาอังกฤษได้ และกำลังหางานเลี้ยงปากท้อง

 

งานนี้คือ Receptionist ค่ะ  ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

 

เขาให้ลองมาสัมภาษณ์ดู สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ

ฉันก็ลองมาดูค่ะ กับการสัมภาษณ์งานครั้งแรก ฉันจึงพยายามเตรียมตัวให้ดี

ศึกษาบทสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยๆ และคำตอบ

เลือกคำตอบที่ดูดีเป็นธีมเข้าไว้ แล้วเปลี่ยนเป็นของตัวเอง ก้ากกกกกกก

 

 

แล้วชั้นก้ได้เป็น Receptionist แบบงงๆ

 

 

------

---------------

--------------------------

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางมาสู่อีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกแห่งความจริง 

ไม่ใช่ชีวิตจำลองเหมือนตอนอยู่มหาวิทยาลัย

------------

-----

---

คนบางคน อาจจะมองว่าอาชีพนี้ สบาย.... นั่งทั้งวันเป็นแต่โอนสาย ให้ข้อมูลทั่วไป

แต่หารู้ไม่ว่า Receptionist นั้น  ก็มีความกดดันกับอะไรหลายๆอย่าง ไม่แตกต่างจากอาชีพอื่นๆ

แถมซ้ำในบางที ก็เป็นที่รองรับอารมณ์จากใครบางคนที่ไม่รู้จักด้วย...

 

 

---

--------------------

------

 

 

 อุปกรณ์รอบโต๊ะ Reception ค่ะ

1. Note book  แรมต่ำเยี่ยงทากเดิน ไว้ใช้เปิดหาข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัย (และแอบเล่น FB ในบางที)

2. โทรศัพท์ ที่มีปุ่มนู่นนี่นอกจากปุ่มตัวเลขชวนปวดหัว

3. กระดาษจด SHORT NOTE

 

และการทำหน้าที่ จิปาฐะอื่นๆ เช่น ฝากของ เปิดไฟ ปั้มบัตรจอด จดบันทึกคนมาติดต่อมหาวิทยาลัย บลาๆๆๆๆ

 

 

 

 

 

 

edit @ 29 Jun 2010 21:03:25 by T h e - S ๑ m z

เมื่อวันศุกร์ ไปเที่ยวประจวบฯ กับภาควิชามาค่ะ

เป็นทริปที่ เที่ยวเยอะมาก ...

เพิ่งจะรู้ว่าที่ประจวบนี่มีทะเลเยอะเหมือนกันนะ นอกจากหัวหินแล้ว

 

ทริปครั้งนี้ไป 3 วันค่ะ 

ทั้งอ่าวมะนาว อ่าวน้อย และกองบิน ฯลฯ

 และแน่นอนว่า "เพลินวาน" ด้วย

เป็นสถานที่ที่ถือได้ว่า ไม่มาแปลว่า มาไม่ถึงประจวบฯ (รึปล่าวหว่า?)

 

แน่นอนว่าประทับใจความคลาสสิกของมันมากเลยค่ะ

ทั้งขนม ทั้งเสื้อผ้า และอะไรหลายๆอย่าง ในที่นี้

 

เห็นแล้ว นึกถึงสมัยเด็กจัง (โดยเฉพาะขนม อิ_อิ)

 

 

 

 

 

เป็นอีกมุมหนึ่ง ที่เชื่อว่าใครได้ไปก็ต้องถ่าย ^^

 

 

 

ที่นั่นมีร้าน "แม่ไม้เพลงไทยด้วยค่ะ"

 

 

 

อันนี้อยากรู้จริงๆค่ะ ว่าเป็นปกเพลงจริงๆอ่ะ 18+ เหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมดแล้วค่ะ ยังไงก็ช่วยคอมเมนท์นิดนึงนะคะก่อนจากกัน

เพื่อเปนกำลังใจให้แก่กันนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

[Photo] เกาะหน่อกะลา --

posted on 17 May 2010 15:25 by the-somz  in PH0T0

ฉันเป็นสมาชิกใหม่ค่ะ

 

แอบติดตาม exteen มานานแล้วค่ะ รู้สึกดีมากๆกับเว็บนี้

เพราะทุกคนมักจะปล่อยของในสิ่งที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน

มีกูรูหลายท่านเหลือเกิน (บางคนถึงกับต้องยกนิ้วให้เลยค่ะ)

และยิ่งสัมผัสเรื่อยๆ ก็ได้รับรู้ถึงความอบอุ่นของสมาชิกทุกคนที่มีให้แก่กัน

 

ณ ตอนนี้ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยน และแสดงสิ่งที่ชอบด้วยเช่นกัน

อาจจะไม่ขั้นเทพ แต่ก็อยากมีพัฒนาการไปในทางที่ดี

แม้ว่าสถานการณ์การเมืองจะวุ่นวาย แต่ฉันก็อยากเป็นคนหนึ่งที่ยังคงมองโลกในแง่ดี

(แอบไม่ค่อยตรงประเด็นเท่าไหร่)

 

ฉันเป็นสมาชิกใหม่....ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

 

 

----------------------------------

 

มื่ อ วั น เ ส า ร์   ไ ด้ ไ ป เ ดิ น เ ที่ ย ว เ ล่ น ที่ เ ก า ะ เ ก ร็ ด ม า ค่ ะ 

 อ ยู่ ก รุ ง เ ท พ ฯ ม า ตั้ ง แ ต่ เ กิ ด   แ ถ ม เ รี ย น ที่   ม . เ ก ษ ต ร ม า   4   ปี 

 ใ น ชี วิ ต นี้ เ พิ่ ง จ ะ เ ค ย ไ ด้ ไ ป ค่ ะ   ( ทั้ ง ๆ ที่ อ ยู่ ใ กล้ ๆ )

 

ส ภ า พ อ า ก า ศ เ มื่ อ วั น เ ส า ร์ ที่ ผ่ า น ม า   ถ้ า ใ ค ร อ า ศั ย อ ยู่ ใ น ก รุ ง เ ท พ ฯ 

ค ง จ ะ จำ ไ ด้ ถึ ง ค ว า ม อ บ อ้ า ว  แ ล ะ ร้ อ น มา ก ก ก ก ก ก ก ก ก

แ ส ง แ ด ด จั ด   ก ร ะท บ กั บ ผ นั ง ปู น 

แ ผ่ รั ง สี ค ว า มร้ อ น ส ะ ท้ อ นล ง มา ถึ ง พื้ น ดิ น

 

ก า ร ถ่ า ย รู ป ใ น ค รั้ ง นี้   มั น ท ร ม า น ก ว่ า ที่ คิ ด ค่ ะ 

เ พ ร า ะ ก า ร จั บ ภ า พ ใ น ก ล า ง แ ด ด ที่ จั ด ข น า ด นี้  

เ ล่ น เ อ า เ วี ย น หั ว แ ล ะ น้ำ ต า ไ ห ล เ ล ย  ค่ ะ

 

แ ต่ ก็ สู้ ต า ย ค่ ะ   เ พ ร า ะ นี้ เ ป็ น ค รั้ ง แ ร ก ที่ ฉั น ไ ด้

มี โ อ ก า ส ใ ช้ ก ล้ อ ง ใ ห ญ่ กั บ เ ข า

( ก ล้ อ ง   n i k o n   D 9 0 ) 

( แ ถ ม ยื ม เ ข า ม า ด้ ว ย ค่ ะ )

 

 

 

 

รักแห่งเกาะหน่อกะลา (เกาะเกร็ด)

 

 

 

ตุ๊กตาดินเผาหลากสี

 

 

 รถของเด็กเล่น

 

 

 

 

 ช่างภาพที่ร่วมเดินทางอีกคนค่ะ

(ตอนแรกจะหันมายิ้มให้ถ่าย เกิดอุบัติเหตุยุงกัดขึ้นมาเลยได้ช็อตนี้แทนค่ะ)

 

คุมซอย

 

นู๋มือบอน

 

 

เจดีย์ ณ เกาะเกร็ด 

(วัดอะไรจำไม่ได้ค่ะ แต่ที่แน่ๆเจดีย์แทบทุกองค์คลุมผ้าแดง)

 

 

ส่งท้ายที่รูปน้องหมา นอนหลบร้อน~

โอยเหนแล้วอิจฉาจังเลย

 

 

 

  แล้วแวะมาเยี่ยมกันใหม่นะคะ